ผู้เขียน หัวข้อ: ดรีมเธียเตอร์กับการมาเยือนสยามประเทศครั้งแรก (เพชร วิปลาส)  (อ่าน 1838 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 117
  • คะแนน Thank you! 9
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ต้องขอขอบคุณบทความดีๆจากคุณ เพชร วิปลาส  น่ะครับ จากกลุ่ม facebook Dream Theater.in.th  ติดตามได้จากลิงค์ข้างล่าง

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=776406245728734&set=gm.512378965571950&type=1&theater

#ดรีมเธียเตอร์กับการมาเยือนสยามประเทศครั้งแรก

ในโอกาสครบรอบ ๙ ปีในวันนี้ (๒๕ มกราคม ๒๕๔๙) ผมขอพาทุกคนย้อนเวลาไปซึมซับความทรงจำดีๆครั้งนั้นร่วมกันอีกครั้งครับ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้ว ประมาณช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมมีข่าวลือหลุดออกมาเป็นระยะๆในเวปบอร์ดต่างๆว่า ดรีม เธียเตอร์จะมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ยุคนั้นไม่มี ๓ จี, วัยรุ่นยังสนุกอยู่แค่ ไฮไฟว์ มือถือก็เนตกากมาก จะใช้อินเตอร์เนตให้สะดวกก็ต้องคอมพิวเตอร์

ช่วงนั้นผมเข้าเวปไซด์ของวงแล้วกดรีเฟรช ซ้ำๆทุกวันเช้า-เย็นอยู่เป็นเดือน ทางเวปจึงประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนในไทยก็ต้องรอจนทางผู้จัด คือปราชญ์มิวสิคแถลงข่าว ตอนนั้นหนังสือดนตรีหลายๆเล่มก็พร้อมใจกันช่วยลงข่าว,เขียนโปรโมตหรือแนะนำวงให้ ผมเองเจอที่ไหนซื้อก็เก็บไว้หมด น่าใจหายว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมาหนังสือหัวดนตรีบ้านเราก็ถึงยุคตกต่ำและปิดตัวลงจนเกือบหมด

ปราชญ์มิวสิคโปรโมตงานนี้ น้อยมากกกกก..... โฆษณาทางทีวีนับครั้งได้ (ใครเคยเห็นนับว่าเป็นบุญตา) มีลงประกาศในหนังสือพิมพ์กรอบเล็กๆบ้างประปราย ที่จะเป็นหน้าเป็นตาหน่อยก็คือป้ายบิลบอร์ดใหญ่ที่อนุสาวรีย์ ถ้าผมจำไม่ผิดเพิ่งขึ้นก่อนวันงานน่าจะไม่ถึง ๒ อาทิตย์ ไม่แปลกใจว่าทำไมหลายๆพูดว่า งานนี้คงจะเจ๊งหรือไม่ก็ล่มแน่ๆ

ประโยคเด็ดที่ใช้โฆษณาคือ “หนึ่งในวงดนตรีที่ดีที่สุดในโลก” ผมยังจำได้ดี ซึ่งแม้ว่าจะโปรโมตน้อยแค่ไหน สุดท้าย“ข่าวสาร” ก็ส่งถึงแฟนๆที่รอคอยอยู่ดี

สำหรับแฟนชาวไทยๆ นี่คือโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต (เพราะอาจไม่มีครั้งที่ ๒) ผมจำได้ว่าถึงขนาดมีการจัดทัวร์หรือรวมตัวเป็นกลุ่มจากต่างจังหวัด หลายๆคนลางานล่วงหน้าเป็นเดือนเนื่องจากวันที่แสดงเป็นวันพุธ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น คิดว่าถ้าที่ทำงานไม่ให้ลา ผมก็จะว่าลาออกกันเลยทีเดียว (ฮา)

ราคาบัตรนั้นถือว่าวัดใจแฟนๆพอสมควรที่ ๒๙๐๐ บาท ๑๙๐๐ บาท ๑๔๐๐ บาท ๙๐๐ บาท และ ๖๐๐ บาท เพราะบัตร ๒๙๐๐ บาทถือว่าแพงพอสมควรยุคนั้น (เด็กจบปริญญาตรีบางคนเงินเดือนยังไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ) แต่ในขณะเดียวกันบัตรราคา ๖๐๐ บาทก็เชิญชวนคนงบน้อยให้ตัดสินเข้าไปดูได้ไม่ยากเลย ฝรั่งบางคนยังอึ้งไปเลยที่เสียแค่ ๖๐๐ สามารถดูวงดนตรีระดับนี้ได้

เมื่อวันงานก็มาถึง ผมมาถึงตั้งแต่เที่ยง เพราะหนีรถติดและคิดเองว่างานระดับนี้คงมีกิจกรรมหรือมินิคอนเสิร์ตให้ฆ่าเวลาเป็นแน่ แต่ปรากฏว่าไม่มีครับ (ฮา) เป็นงานคอนเสิร์ตที่แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากบูทแสดงเครื่องดนตรีโดยมีทีวีที่เปิดคอนเสิร์ต Live scene from New York ซ้ำไปซ้ำมา มีโปสเตอร์วงแปะตามฝาผนังอยู่ไม่กี่จุด ให้ถ่ายรูปที่ระลึก แต่พอตกเย็นคนเริ่มมากันเยอะขึ้นเรื่อยๆจน อิมแพค อารีนา ถูกย้อมไปด้วยเสื้อสีดำ มีนักดนตรีบ้านเรามาดูกันเยอะมาก เยอะจนขี้เกียจพิมพ์ (ฮา)ผมเองไปเผลอต่อคิวซื้อเบียร์ เพราะอยากได้แก้วเป็นที่ระลึก เลยพลาดซื้อเสื้อทัวร์ทำเอาซึมไปหลายวัน (สุดท้ายหาซื้อได้ในเวปของวงครับ ถูกกว่าด้วย)

คอนเสิร์ตเริ่มราวๆ ๒ ทุ่ม หลังจบเพลงสรรเสริญพระบารมี ไฟก็ดับลงตามมาด้วยเสียงโห่ร้องอื้ออึง ท่อนจบของเพลง In the name of god ก็ค่อยๆขึ้นมา ต่อด้วย sample ของ intro เพลง The root of all evils
“จอห์น จอห์น จอห์น” ผมตะโกนอย่างลืมตัว ทันทีที่เห็นเฮียเปสะพาย Music man เดินออกมาประจำการที่หน้าเวที อานิสงค์ของบัตร ๒๙๐๐ ทำให้ได้เห็นตัวเป็นๆใกล้ๆ ขอบอกเลยครับว่าตัวจริงหล่อเท่โคตรๆ

แค่ริฟท์แรกของ The root of all evils ขึ้นมา คนทั้งฮอลล์ลุกขึ้นยืน แต่เหมือนงานจะกร่อยเสียแล้ว เมื่อการ์ดหน้าดุเอาไฟฉายส่องหน้าให้นั่งลง ซึ่งเป็นจุดด้อยที่สุดในงานวันนั้นเลยทีเดียว

เสียงในอิมแพค อารีนาฆ่าวงดนตรีดีๆมาเยอะแล้ว ดรีม เธียเตอร์ก็เช่นกัน เพลงแรกๆนี่ตีกันเละแทบฟังไม่รู้เรื่อง สังเกตเห็นน้าจอร์แดนเล่นไปด้วยชี้นิ้วสั่งทีมงานปรับเสียงไปด้วยเป็นพัลวัน กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็ปาไป ๒-๓เพลง

เรื่องความสามารถบนเวทีนั้นเกินจะบรรยาย ท่อนยากๆที่เห็นชินตาในดีวีดีว่าทึ่งแล้วพอมาเห็นเล่นให้ดูกับตาบนเวทียิ่งทึ่งเข้าไปอีก แต่วันนี้ขอชมจากใจจริงว่าเสียงร้องของน้าเจมส์ที่ดีกว่าในซีดีมากจนน่าขนลุก การเล่นอย่างรู้ใจของเฮียเปและน้าเมียงที่สลับกันกดโน๊ตบนคอกีตาร์และเบสนั่นก็น่าทึ่ง และสุดประทับใจกับไมค์ที่ตีไปเล่นไปแถมยังผุดลุกผุดนั่งกวักมือชวนให้คนดูลุกขึ้นยืนตลอดเวลา

ดูคอนเสิร์ตวงนี้พาลจะตาเหล่เอา เพราะไม่อยากจะละสายตาจากคนใดคนหนึ่งจริงๆ

ทางวงเห่อเพลงในอัลบั้มใหม่มาก เล่นให้ฟังซะ ๕ ใน ๘ เพลง แต่ช่วงที่สนุกที่สุดคือการขนงานเก่ายุค Images and Words อย่าง Under a Glass Moon และ Scene from a memory ที่อัดมา ๓ เพลงติดๆอย่าง Strange Déjà vu, Through My Words และ Fatal Tragedy เรียกว่าร้องและโยกตามกันได้ทั้งฮอลล์ และพิเศษสุด ถ้าไม่นับ The root of all evils กับ Panic attack แล้วลำดับเพลงในคอนเสิร์ตตั้งใจเรียงลำดับตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มล่าสุด เรียกว่าได้ฟังครบทุกอัลบั้มกันเลยทีเดียว

คอนเสิร์ตนี้แบ่งเป็นสองช่วงและพัก ๑๕ นาที ครึ่งแรกออกแนวเอาใจแฟนๆ แต่ครึ่งหลังออกแนวหนักหน่วงและอลังการ ช่วงอัดกันหนักๆนี้ สังเกตเห็นมีใครสักคนขว้างแก้วเบียร์ไปหน้าเวทีฝั่งทางน้าจอร์แดนด้วยและน่าจะถูกลากตัวไปตามระเบียบ

ไฮไลท์มาอยู่ที่Octavarium ที่มีน้าเจมส์มาช่วยกดคอร์ดให้น้าจอร์แดนได้วาดลวดลายบน Continum finger board ก่อนอัดกันยาวๆร่วมครี่งชั่วโมง แล้วทั้งวงก็โบกมือลาให้สาวกต้องอังกอร์ ซึ่งไม่นานนักทางวงก็กลับขึ้นมาและทำเซอร์ไพรส์เอาเค้กวันเกิดมาให้น้าเมียงเป่าบนเวทีด้วย (แต่จริงๆวันเกิดคือเมื่อวาน) เล่นเอาแกอายม้วนไปเลย

The spirit carries on เพลงที่สุดประทับใจ ไมค์จุดไฟแช็คอยู่หลังชุดกลองไม่นานคนทั้งฮอลล์ก็พร้อมใจกันเปิดไฟหน้าจอมือถือแล้วโบกไปมา เมื่อหันกลับไปมองด้านหลังเป็นภาพที่สวยงามมากจนน่าเสียดายที่ไม่มีกล้องบันทึกภาพเอาไว้ ช่วงโซโล่กีตาร์เพลงนี้คือจุดสูงสุดของโชว์คืนนี้


ต่อจากนี้ไม่มีใครอยู่กับที่อีกแล้ว คนส่วนมากไปออกันที่หน้าเวทีจนแน่นไปหมด ทางวงไม่รอช้าอัดMedley ที่สาวกควรฟังสดๆก่อนตายอย่าง Pull me under พ่วง Metropolis Part I ก่อนจบโชว์ไปอย่างประทับใจสุดๆ

ช่วงขอบคุณแฟนๆน้าเจมส์ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อว่า “Thank you Malaysia” ก่อนท้ายที่สุดขณะที่เพื่อนๆเดินเข้าหลังเวทีไปเกือบหมดแล้ว น้าไมค์ของเราวิ่งมาหน้าเวทีอีกครั้งก่อนหล่นคำหวาน “Fucking amazing” และสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้ง
และพวกเค้าก็ทำตามสัญญาจริงๆเสียด้วย...

#Setlist:

In the Name of God outro (intro tape)
1. The Root of All Evil
2. Panic Attack
3. A Fortune in Lies
4. Under a Glass Moon
5. Caught In a Web
6. Peruvian jam/
7. Peruvian Skies (w/ Wish You Were Here (Pink Floyd) and Wherever I May Roam (Metallica))
8. Strange Deja Vu
9. Through My Words
10. Fatal Tragedy
11. Solitary Shell
12. About To Crash (Reprise)
13. Losing Time/Grand Finale
~~~intermission~~~
14. As I Am
15. Endless Sacrifice
16. I Walk Beside You
17. Sacrificed Sons
18. Octavarium
~~~encore~~~
19. The Spirit Carries On
20. Pull Me Under/
21. Metropolis pt 1



สมาชิกทั้งหมด ที่ให้ Thank You!:


ออฟไลน์ Dream rock

  • นักดนตรีต๊อกต๋อย
  • *
  • กระทู้: 35
  • คะแนน Thank you! 19
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
คอนเสิร์ตครั้งนั้น ผมตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเลยครับ ผมยังเรียนอยู่ ปวส. 2 ไม่มีเทคโลยีทันสมัยอะไร ภาพความประทับใจทั้งหมดอยู่ในหัวอย่างเดียวครับ  คอนเสิร์ตนี้ผมซื้อบัตร 600 บาท ไปกับพี่ชาย 2 คน เลือกทางฝั่งของเฮีย JP ให้ชัดเจนมาก  การโปรโมตเป็นโฆษณาผ่านทางทีวีมีน้อยมาก ยังดีที่ได้เห็นผ่านตาบ้าง ส่วนรายการดนตรีของ อ.ปราญช์ ( ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าชื่อรายการอะไร ) เอามาสกู๊ปโปรโมตออกอากาศอยู่ 1 วัน  ในใจลึกๆ ผมมั่นใจเเละเชื่อเสมอว่ากลุ่มเเฟนๆของ DT ในเมืองไทยของเราหลายๆท่าน ถ้าได้รับทราบข่าวว่าจะมาพวกเค้าก็จะมาพร้อมหน้ากัน เเม้ไม่โปรโมต ยังไงเค้าก็ต้องมาอย่างเหนียวเเน่นเเน่นอน

สมาชิกทั้งหมด ที่ให้ Thank You!:


ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 117
  • คะแนน Thank you! 9
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ครั้งแรกไม่ได้ไปดูครับ  เหมือนจะยุ่งๆกับการเล่นกีฬา   มาดูครั้ง 2,3 ครับ  เสียดายๆๆ